สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี

สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งธัญบุรี
จัดตั้งขึ้นตาม
พ.ร.บ. ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484   ในปี พ.ศ. 2503 โดยการดำเนินงาน ในระยะแรกยังไม่ได้มีการแยกผู้รับบริการออกจากกัน  แต่ต่อมา จำนวนผู้รับบริการเพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงได้แยกมาจัดตั้งเป็น  สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี
เมื่อวันที่  22  กุมภาพันธ์  2531 


ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์

นายพรชัย กุลกุศล
ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งธัญบุรี

 

วิสัยทัศน์

         เป็นสถานสงเคราะห์ต้นแบบงานไร้ที่พึ่งในด้านการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการประมวลผล
การให้บริการ ภายในปี  2559

พันธกิจ

     1.สงเคราะห์ ฟื้นฟู และพัฒนาศักยภาพคนไร้ที่พึ่งให้ได้รับ
   สวัสดิการที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน
     2.พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และบุคลากรสามารถ 
   เข้าถึงข้อมูลได้
     3.พัฒนาบุคลากรให้มีขีดความสามารถการใช้
  เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงาน
     4.จัดหาเครื่องมือที่ทันสมัยให้เพียงพอต่อการใช้งาน

เป้าหมาย       

มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นต้นแบบเพื่อสนับสนุนการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ

วัตถุประสงค์

     1.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการโดยผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น 5%
     2.เพื่อเพิ่มระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างน้อยปีละ 1 ระบบ
     3.เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้สามารถใช้อุปกรณ์ได้ทุกคน
     4.เพื่อเพิ่มเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้งานอย่างน้อยปีละ 2 ชุด

ประเภทของผู้รับบริการ

  1. บุคคลขอทาน ได้แก่ ผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พุทธศักราช 2484 พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้นำส่งเข้าสถานสงเคราะห์
  2. บุคคลเร่ร่อน ได้แก่ ผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ไม่มีอาชีพ หลับนอนตามที่สาธารณะ ซึ่ง
    พนักงานเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานนำส่ง
  3. บุคคลไร้ที่พึ่ง ผู้ที่เข้ารับการสงเคราะห์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
  • เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  • มีความสมัครใจ
  • ไม่เป็นผู้ต้องหาว่ากระทำผิดอาญา และอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
    ถูกดำเนินคดีอาญา
  • เป็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
    • ที่อยู่อาศัย
    • สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง หรือบกพร่องความสามารถทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพ หรือ
      ไม่มีรายได้เลี้ยงตนเอง
    • ขาดผู้อุปการะ หรือผู้ให้ความช่วยเหลือ
  • เป็นผู้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในกิจวัตรประจำวัน
  • ไม่พิการทุพพลภาพจนไม่สามารถดูแลตนเองได้ หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  • กรณีผู้ไร้ที่พึ่งเจ็บป่วยที่ได้รับการรักษาพยาบาลอยู่ในสถานพยาบาลจะเข้าอยู่ในสถานสงเคราะห์ได้ จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลจนพ้นขีดอันตราย และสิ้นสุดการรักษาแล้ว หากเป็นโรคติดต่ออันตรายต้องมีใบรับรองแพทย์ว่า ไม่อยู่ในระยะแพร่เชื้อ

แผนภูมิการบริหารงานสถานสงเคราะห์

  • งานแผนงาน/โครงการ
  • งานธุรการ
  • งานการเงินและบัญชี
  • งานพัสดุ
  • งานยานพาหนะ
  • งานอาคาร สถานที่
  • งานบริการ ( การเลี้ยงดูผู้รับฯ )
  • งานสังคมสงเคราะห์
  • งานแผนงาน/โครงการฝึกอาชีพ
  • งานพยาบาลและฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • งานบริการ ( การดูแลผู้รับฯ )



อัตรากำลังข้าราชการและเจ้าหน้าที่

 
อัตรา จำนวน/คน
ข้าราชการ 5
ลูกจ้างประจำ 14
พนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว 23
รวม 42

การสมัครเข้ารับการสงเคราะห์

  • ในกรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่สำนักบริการสวัสดิการสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือ
    สำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพ 1 - 8 หรือสถานสงเคราะห์ที่ใกล้ที่สุด
  • ในส่วนภูมิภาค ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือศูนย์พัฒนา
    สังคม หรือสถานสงเคราะห์ที่ใกล้ที่สุด



บริการที่จัดให้

  1. บริการด้านปัจจัยสี่
    • อาหาร ที่มีปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสม อาหารพิเศษ อาหารเสริม และเครื่องดื่มบำรุง
      สุขภาพ รวมทั้งจัดอาหารมังสวิรัติ เดือนละ 2 ครั้ง
    • ที่อยู่อาศัย จัดอาคารนอน 9 อาคาร แยกตามลักษณะผู้รับบริการ
    • จัดหาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและของใช้ที่จำเป็นให้เพียงพอต่อผู้รับบริการ
    • การรักษาพยาบาล มีอาคารพยาบาลและเจ้าหน้าที่พยาบาลคอยให้คำแนะนำดูแลด้านการ
      รักษาพยาบาลเบื้องต้น การทำแผล การทายาโรคผิวหนัง การรับประทานยาโรคจิตทุกวัน
      รวมทั้งการส่งไปยังโรงพยาบาล และขอความอนุเคราะห์จากแพทย์โรงพยาบาลศรีธัญญา
      และแพทย์ทางโรคผิวหนังมาตรวจเป็นประจำทุกเดือน
  2. บริการด้านอบรมความประพฤติ
    • จัดอบรมความประพฤติระเบียบวินัย ปลูกฝังความคิดในการช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ผู้รับบริการ
      ที่แข็งแรงให้ดูแลเอาใจใส่ผู้ที่อ่อนแอ มีการเคารพธงชาติ สวดมนต์ ประจำทุกวันจัดให้มีการ
      ทำบุญตามประเพณี และนำผู้รับบริการไปปฏิบัติธรรมในวันพระและวันสำคัญต่าง ๆ
  3. บริการด้านนันทนาการ
    • เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจคลายความตึงเครียด ได้รับความสนุกสนาน ได้รับความรู้และประโยชน์
      เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจัดหาเครื่องรับโทรทัศน์ วิทยุ ห้องสมุดธัญญนารี จัด
      นันทนาการและทัศนศึกษาไปชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตลอดจนมีอาสาสมัครโรงพยาบาล
      เซนต์หลุยส์ โรงเรียนเสริมสวยลาลิตย์ โรงเรียนเสริมสวยรุ่งรัตน์ สมาคมส่งเสริมสถานภาพ
      สตรีดอนเมือง และหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน จัดกิจกรรมนันทนาการ
  4. บริการด้านอาชีวบำบัด
    • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้รับบริการได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหา
      ทางด้านจิตใจ ผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้เกิดความเพลิดเพลินและมีรายได้เล็ก ๆ
      น้อย ๆโดยพยายามจัดให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและความสนใจของแต่ละบุคคล
      จำนวน 10 กลุ่ม ดังนี้
    1. การปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกต้นแก้วมังกร
    2. การจักสาน
    3. ทอเสื่อ
    4. การประกอบอาหาร
    5. การตัดเย็บ
    6. งานหัตถกรรมประดิษฐ์ เช่น พับถุงกระดาษ ถักโครเชท์ ผ้าเช็ดมือ ฯลฯ
    7. พรมเช็ดเท้า
    8. การเสริมสวย ฝึกให้บริการสระผมผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่
    9. นวดฝ่าเท้า
    10. งานผู้ช่วยฝ่ายช่าง เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ช่างประปา ช่างไฟฟ้า ในการซ่อมแซมปรับปรุง
      อาคารสถานที่ต่าง
      นอกจากนี้ ยังให้ผู้รับบริการออกไปทำงานรับจ้างภายนอกในวันหยุด
      ราชการเช่น ทำงานบ้าน เลี้ยงเด็ก ทำงานร้านอาหาร
  5. บริการด้านกลุ่มบำบัด

    เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพและเสริมสร้างทักษะพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น กลุ่มฟื้นฟูทางการศึกษา
    และสังคม กลุ่มการออกกำลังกายทุกเช้า กลุ่มเต้นแอโรบิค กลุ่มสวดมนต์ กลุ่มดนตรีอังกะลุง
    ซึ่งสถานสงเคราะห์ได้นำกลุ่มดนตรีอังกะลุงไปร่วมแสดงในการออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่
    เป็นประจำทุกเดือน และแสดงในงานต่าง ๆ ทั้งในสถานสงเคราะห์และภายนอกตามโอกาส


  6. บริการด้านกายภาพบำบัด

    ผู้รับบริการสูงอายุและคนพิการได้จัดให้ออกกำลังกายได้เคลื่อนไหวและบริหารกล้ามเนื้อต่าง ๆ
    เพื่อฟื้นฟูและรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยจัดหาเครื่องมือกายภาพไว้บำบัดรักษา โดยมี
    เจ้าหน้าที่พยาบาลคอยให้การดูแล

    ผู้รับบริการที่มีปัญหาทางเชาวน์ปัญญา ไม่สามารถฝึกอาชีพได้ สถานสงเคราะห์ได้จัดเจ้าหน้าที่
    นำกิจกรรมกระตุ้นสรีระและพัฒนาการ โดยให้ออกทำความสะอาด เก็บเศษกระดาษ ถอนหญ้าใน
    บริเวณสถานสงเคราะห์ทุกวัน เพื่อให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ลดอาการทางจิต และยังทำให้
    สถานสงเคราะห์สะอาดน่าอยู่



  7. บริการด้านสังคมสงเคราะห์

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้รับบริการได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหา
ทางด้านจิตใจ ผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้เกิดความเพลิดเพลินและมีรายได้เล็ก ๆ
น้อยๆ โดยพยายามจัดให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและความสนใจของแต่ละบุคคล
จำนวน10 กลุ่ม ดังนี้

  • จัดทำทะเบียนประวัติผู้รับบริการ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของผู้รับบริการ เพื่อนำไปวิเคราะห์วินิจฉัยและวางแผนในการสงเคราะห์ฟื้นฟูตามความเหมาะสมแต่ละราย
  • การสังคมสงเคราะห์เฉพาะราย ให้คำแนะนำปรึกษาแก้ไขปัญหาแก่ผู้รับบริการ
  • การสังคมสงเคราะห์กลุ่มชน จัดกิจกรรมกลุ่มเป็นสื่อเพื่อประโยชน์ในการดูแลปรับ
    พฤติกรรมของผู้รับบริการ และอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข
  • การจัดบริการติดต่อญาติหรือผู้อุปการะของผู้รับบริการทั้งทางจดหมาย ไปรษณียบัตร
    และโทรศัพท์
  • การลาและการเยี่ยมบ้าน อนุญาตให้ผู้รับบริการลาเยี่ยมบ้านได้ตามโอกาสอันสมควร และเปิดโอกาสให้ญาติเยี่ยมผู้รับบริการในสถานสงเคราะห์ได้เช่นเดียวกัน
  • การนำผู้รับบริการไปเยี่ยมบุตรที่สถานสงเคราะห์อื่น
  • ผู้รับบริการถึงแก่กรรม สถานสงเคราะห์จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาชัณสูตรที่สถาบัน
    นิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และแจ้งนายทะเบียน
    เทศบาลตำบลธัญบุรี พร้อมแจ้งญาติผู้รับบริการเพื่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตาม
    ประเพณี
    กรณีไม่มีญาติก็จะเก็บศพไว้ที่สุสานของมูลนิธิป่อเต็กตึ้งและร่วมกตัญญูต่อไป




COPYRIGHT ©2553 BAANTHANYAYING.NET สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี โทร.02-577-1148, 02-577-4962
hit counters

Facebook